ข้อความสื่อสารจากพระแม่มารี (Mother Mary)

เรื่อง : การเปลี่ยนรูปแบบของกายแห่งอารมณ์
(Transitions of the Emotional Body)

ผู้รับสาส์น : Natalie Glasson

วันที่ : 16 ธันวาคม 2013

ตอนนี้ทุก ๆ วันบนดาวเคราะห์โลกของพวกคุณ คือวันที่มีระดับพลังงานสูงอย่างมาก ซึ่งในอดีตที่ผ่านมานั้น มันจะมีอยู่เพียงไม่กี่วันเท่านั้นเอง ที่จะมีกระแสพลังงานหลั่งไหลเข้ามาในโลกของพวกคุณ และเข้ามาในตัวตนของพวกคุณ อย่างมากมายขนาดนี้ แต่ว่าในตอนนี้ กลับมีกระแสพลังงานอันทรงพลังอำนาจ หลั่งไหลเข้ามาอย่างไม่ขาดสาย อยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน และทุก ๆ วัน ที่พวกคุณเดินอยู่บนดาวเคราะห์โลกดวงนี้ด้วย

 

พวกคุณได้มาถึงขั้นตอน ๆ หนึ่ง ของการเปลี่ยนสภาพแล้ว ซึ่งเป็นขั้นตอนที่พวกคุณจะเปิดอยู่ตลอดเวลา และก็เป็นขั้นตอนที่พวกคุณจะมีโอกาส ถูกกระแสพลังงานแห่งการเปลี่ยนรูปแบบอันทรงพลังอำนาจระลอกแล้วระลอกเล่า หลั่งไหลเข้ามาสู่ตัวตนของพวกคุณเอง และหลั่งไหลเข้ามาสู่โลกแห่งความเป็นจริงของพวกคุณเอง อยู่เสมอ ๆ และบ่อยครั้งกว่าที่จะไม่โดนซะอีกด้วย

 

ซึ่งพลังงานเหล่านี้ จะไปทำให้ระดับความสั่นสะเทือนด้านพลังงานของพวกคุณสูงขึ้น และในขณะเดียวกัน ก็จะไปทำให้เกิดการชำระล้างให้บริสุทธิ์ และความแข็งแกร่งขึ้น ภายในตัวตนของพวกคุณ

 

ดังนั้น พวกคุณจึงไม่จำเป็นจะต้องรอคอยให้ถึงวันที่ที่เหมาะสม เพื่อกระตุ้นกระบวนการตื่นรู้ของตัวเองอีกต่อไปแล้ว เพราะว่าทุก ๆ วันบนดาวเคราะห์โลกของพวกคุณ คือวันแห่งการตื่นรู้ และคือวันแห่งการเลื่อนระดับขึ้น ที่ทรงพลังอำนาจอยู่แล้ว

 

และด้วยการรับเอาคลื่นความสั่นสะเทือนของพลังงานที่เข้มข้นรุนแรงและทรงพลังอำนาจระดับนี้เข้ามา จึงอาจทำให้พวกคุณ ตกอยู่ในสภาวะแห่งความปิติสุขและสงบสุขอย่างล้นเหลือ ในบางช่วงเวลา ควบคู่ไปกับการตกอยู่ในสภาวะแห่งความสับสนวุ่นวาย และความทุกข์ทรมานทั้งภายในและภายนอก ในบางช่วงเวลาได้

 

มันเป็นเรื่องที่สำคัญมากที่พวกคุณจะต้องตระหนักรู้เอาไว้ว่า ทุก ๆ รูปแบบของความทุกข์ที่เกิดขึ้นในอดีตนั้น ล้วนเป็นบทเรียนด้านจิตวิญญาณทั้งสิ้น หรือล้วนเป็นความท้าทายเพื่อก่อให้เกิดวิวัฒนาการทั้งสิ้น และชาวโลกมากมายก็ยังคงอยู่ในบทเรียนที่เป็นแพทเทิร์นด้านพลังงานเก่า ๆ เหล่านี้อยู่ ซึ่งมันจะต้องใช้เวลาสักระยะหนึ่ง เพื่อการสังเกตการณ์ดู, เพื่อบำบัดรักษา และเพื่อปลดปล่อยมันไป

 

ระลอกคลื่นของพลังงานที่โหมกระหน่ำเข้ามาเหล่านี้ วัตถุประสงค์อย่างหนึ่งของพวกมัน ก็คือ เพื่อนำพาเอาทุกสิ่งทุกอย่าง ที่ไม่เป็นที่ต้องการอีกต่อไปแล้ว หรือที่เป็นอุปสรรคกีดขวางอยู่ ให้โผล่ขึ้นมาสู่ระดับพื้นผิว เพื่อที่พวกคุณจะได้สามารถสังเกตการณ์ดูพวกมันได้, แล้วเยียวยารักษาพวกมัน และปลดปล่อยพวกมันไป ซึ่งก็จะส่งผลให้ตัวพวกคุณเอง สามารถที่จะก้าวหน้าต่อไปสู่ระดับขั้นที่ลึกมากขึ้นไปอีกได้ เพื่อเข้าไปสู่โลกยุคใหม่ ที่จะจดจ่ออยู่กับความรักเป็นหลัก และจดจ่ออยู่กับความรักเพียงอย่างเดียวเท่านั้น และโลกยุคใหม่ที่ว่านี้ ก็คือโลกแห่งการรักตัวเอง, โลกแห่งการรักคนอื่น และโลกแห่งการมีประสบการณ์กับความรักของพระผู้สร้าง

 

ระลอกคลื่นของพลังงานบางระลอก จะส่งผลกระทบอย่างมากต่อ “กายแห่งอารมณ์” (Emotional Body) ของพวกคุณ ดังนั้น พวกคุณจึงจะต้องให้ความสนใจกับกายแห่งอารมณ์ของตัวเองให้มากในช่วงเวลานี้ เพราะว่ากายแห่งอารมณ์ของพวกคุณ กำลังถูกเตรียมความพร้อม และกำลังผ่านเข้าสู่กระบวนการเปลี่ยนรูปแบบอยู่ เพื่อที่จะได้สามารถตอบสนองต่อจิตวิญญาณของพวกคุณเอง และผสานรวมกับจิตวิญญาณของพวกคุณเอง ได้อย่างเต็มที่มากขึ้น

 

ซึ่งกระบวนการนี้จำเป็นจะต้องอาศัยการไหลบ่าเข้ามาของแสงสว่างและพลังงานจำนวนมหาศาล สู่กายแห่งอารมณ์ของพวกคุณ และสู่กายแห่งอารมณ์ของดาวเคราะห์โลกเองด้วย

 

ด้วยเหตุนี้ จึงอาจจะเป็นสาเหตุให้กายแห่งอารมณ์ของพวกคุณมีความไวและตื่นตัวอย่างมาก ต่อโลกแห่งความเป็นจริงของพวกคุณ, ต่อการกระทำของพวกคุณ และต่อการตอบสนองของพวกคุณเองด้วย

 

ดังนั้น มันจึงเป็นสิ่งสำคัญมากที่จะต้องขอให้กายแห่งอารมณ์ของตัวเอง อยู่ในความสมดุล, อยู่ในความสงบ และให้พลังงานของมันสงบราบเรียบลง เพื่อที่จะทำให้เกิดความสอดประสานกลมกลืนขึ้น ในกายแห่งอารมณ์ของพวกคุณเอง และรวมถึงภายในตัวตนทั้งระบบของพวกคุณเองด้วย ซึ่งพวกคุณอาจจะต้องกล่าวคำอธิษฐานดังต่อไปนี้:

 

“ข้าแต่จิตวิญญาณของข้าพเจ้า, เทพผู้นำทางของข้าพเจ้า และพระผู้สร้าง ขอได้โปรดช่วยให้กายแห่งอารมณ์ของข้าพเจ้า จงกลับคืนสู่ความสมดุลด้วยเถิด และขอได้โปรดช่วยทำให้กายแห่งอารมณ์ของข้าพเจ้า จงสงบและเยือกเย็นลง ด้วยแสงสว่าง, ด้วยความรัก และด้วยความช่วยเหลือจากพระผู้สร้างด้วยเถิด จงทำให้มันผสานรวมอย่างสอดประสานกลมกลืนกัน และอย่างสงบสุขกับระบบร่างกายทั้งระบบของข้าพเจ้าด้วยเถิด

 

และขอได้โปรดนำพาความสงบราบรื่น มาสู่กิจกรรมใดๆที่มากเกินไป ที่ไม่มีความจำเป็นอีกต่อไปแล้ว ที่กำลังเกิดขึ้นภายในกายแห่งอารมณ์ของข้าพเจ้าด้วยเถิด เพื่อให้ข้าพเจ้าได้ประสบกับการเลื่อนระดับขึ้นของกายแห่งอารมณ์ของข้าพเจ้า อย่างพอเหมาะพอดีมากที่สุดและเพื่อให้อารมณ์ความรู้สึกของข้าพเจ้าได้รับการเยียวยารักษา และ หลั่งไหลไปด้วยความสวยงาม และสงบ”

 

ปกติแล้วกายแห่งอารมณ์ จะไปยึดติดอยู่กับความคิดแห่งการเป็นทุกข์และความเจ็บปวดต่าง ๆ ที่พวกคุณไปกระตุ้นให้มันโผล่ขึ้นมาโดยอัตโนมัต เพราะว่ามันคือวิธีการหนึ่ง ที่ทรงคุณค่า ของการปลดปล่อยอดีตไป, เพื่อการมีประสบการณ์กับตัวตนที่แท้จริงของตัวเอง แต่มันก็จะทำให้มีประสบการณ์กับ ego ของตัวเอง และกับความรู้สึกขาดแคลน หรือ การแบ่งแยกได้ด้วย

 

ความท้าทายด้านอารมณ์, การตอบสนองด้านอารมณ์ และกระบวนการปลดปล่อย หรือกระบวนการเรียนรู้ด้านอารมณ์บางอย่าง สามารถที่จะทำให้พวกคุณไม่มีสติรับรู้ถึงโลกแห่งความเป็นจริงของตัวเองได้ และทำให้ไม่มีสติรับรู้ถึงความเป็นจริงที่อยู่ภายในตัวตนของตัวเองได้ ซึ่งการไม่มีสติรับรู้ถึงวิถีแห่งจิตวิญญาณของตัวเอง และการไม่รับรู้ถึงความเป็นรูปธรรมชีวิตแห่งแสงสว่างที่สวยสดงดงามของตัวเอง ที่อยู่ภายในร่างกายเนื้อของตัวเองนี้เอง ที่เป็นสาเหตุให้เกิดความเจ็บปวดขึ้น แต่มันก็สามารถที่จะทำให้เกิดความเจ็บปวด, ความทุกข์ทรมาน, และความสับสน รวมถึงประสบการณ์ที่ไม่น่าพึงปราถนาอื่น ๆ ขึ้นได้อีกด้วย

 

ฉันอยากจะนำเสนอแง่คิดอะไรบางอย่าง เพื่อช่วยให้พวกคุณมีความเข้าใจอย่างถ่องแท้ และเพื่อเป็นเครื่องเตือนใจให้แก่พวกคุณ เพื่อที่พวกคุณจะได้นำไปใช้งาน ในเวลาที่พวกคุณพบว่าตัวเองกำลังได้รับผลกระทบจาก หรือกำลังติดกับดักอยู่ภายในกายแห่งอารมณ์ของตัวเอง และกระบวนการของมันอยู่

 

การเดินทางของพวกคุณบนดาวเคราะห์โลกดวงนี้ คือกระบวนการแห่งการจดจำ “พระผู้สร้าง” (the Creator)ให้ได้ กระบวนการหนึ่ง และดังนั้น โลกแห่งความเป็นจริงของพวกคุณในแต่ละวัน และในทุก ๆ วัน จึงคือกระบวนการแห่งการจดจำให้ได้ว่าตัวเองคือพระผู้สร้างนั่นเอง

 

มันมีเครื่องมือและแบบฝึกหัดอยู่หลายชนิด ที่จะสามารถช่วยเตือนพวกคุณให้ระลึกถึง “ความเป็นจริง” ของตัวเองได้ หรือที่จะช่วยนำพาพวกคุณให้หันกลับมาจดจ่ออยู่ที่ หรือหันกลับมาสนใจอยู่กับ การมีสติรับรู้ถึงความเป็นจริงของตัวเองได้ แม้ว่าพวกคุณจะยังไม่เข้าใจความเป็นจริงของตัวเองที่ว่านั้นก็ตาม แต่เครื่องมือและแบบฝึกหัดเหล่านี้ก็ยังจะช่วยให้พวกคุณคงอยู่ในความสมดุล, ความสงบ, ความรัก และ ความปิติสุขได้ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นที่ภายในหรือภายนอกรอบ ๆ ตัวของพวกคุณก็ตาม

 

และส่วนมากแล้ว เมื่อมีระลอกคลื่นของพลังงานโหมกระหน่ำเข้ามาภายในตัวตนของพวกคุณ ก็จะทำให้ร่างกายเนื้อและร่างกายที่เป็นพลังงานทั้งหลายของพวกคุณ เกิดการตื่นตัวแบบสุดขีด ซึ่งมันก็จะปรากฎออกมาสู่โลกแห่งความเป็นจริงของพวกคุณได้หลากหลายรูปแบบ เช่น ถ้ามีอะไรบางอย่างที่จะต้องได้รับการบำบัดรักษาแล้ว มันก็จะปรากฎออกมาสู่โลกแห่งความเป็นจริงของพวกคุณ ในลักษณะของกระบวนการและประสบการณ์ แห่งการบำบัดรักษาอันทรงพลัง เป็นต้น

 

ในช่วงเวลาใดก็ตามที่พวกคุณรู้สึกทุกข์ทรมาน, เจ็บปวด, สับสน, โศกเศร้าเสียใจ, ว้าวุ่น, หวาดกลัว, หรืออะไรก็ตามแต่ที่เป็นพลังงานประเภทนี้ ให้พวกคุณจดจ่อความสนใจและความทรงจำกลับมาที่ความคิดดังต่อไปนี้ ว่า..ฉันจะอยู่กับพวกคุณเสมอ ฉันรักและกำลังคอยให้ความช่วยเหลือพวกคุณอยู่ตลอดเวลา แม้ในขณะที่พวกคุณกำลังอ่านข้อความแห่งความทรงจำของฉันอยู่นี้ก็ตาม ฉันก็กำลังให้ความช่วยเหลือในการตื่นขึ้นมาของดาวแห่งแสงสว่างดวงใหม่ที่อยู่ภายในตัวตนของพวกคุณอยู่

 

และถ้าตอนนี้พวกคุณกำลังรู้สึกทุกข์ทรมานหรือเจ็บปวดอยู่ ก็ให้จดจำเอาไว้ว่า แสงสว่างกำลังถูกสร้างขึ้นมาภายในตัวตนของพวกคุณ และภายในโลกแห่งความเป็นจริงของพวกคุณอยู่ และสิ่งที่พวกคุณกำลังประสบอยู่นี้ ก็จะนำพาไปสู่การปลดปล่อยพลังงานที่อุดตัน หรือติดขัดอยู่ หรือ ที่ไม่เป็นที่ต้องการทั้งหลาย ให้หลุดลอยออกไปครั้งใหญ่ และตลอดกาล เพื่อที่พวกคุณจะได้สามารถจดจำตัวตนที่แท้จริงของตัวเอง ในฐานะที่เป็นรูปธรรมชีวิตแห่งความรักและแสงสว่างผู้ยิ่งใหญ่ได้

 

จงยินยอมให้ตัวเองมีความตระหนักรู้อยู่กับความรัก เพราะว่าความรักคือแก่นแท้ของพระผู้สร้าง มันเป็นพลังงานแห่งการบำบัดรักษาตามธรรมชาติสำหรับร่างกายเนื้อและสำหรับตัวตนของพวกคุณ รวมถึงสำหรับโลกแห่งความเป็นจริงของพวกคุณด้วย และมันก็จะนำพาทุกสิ่งทุกอย่างที่ อยู่ทั้งภายในและภายนอกตัวพวกคุณ ให้เข้าสู่ความลงตัว, ความสอดประสานกลมกลืนกัน และความปิติสุขอย่างสมบูรณ์แบบ

 

ดังนั้น ทุก ๆ ลมหายใจ จงอยู่ภายในคลื่นความสั่นสะเทือนของความรัก

 

ประสบการณ์ภายนอกตัวพวกคุณ ไม่ว่าจะเป็นโลกของพวกคุณ, โลกแห่งความเป็นจริงของพวกคุณ, ผู้คนที่พวกคุณไปเกี่ยวข้องสัมพันธ์ด้วย และแม้แต่ตัวตนของพวกคุณเองด้วย ล้วนเป็นสิ่งที่ถูกฉายออกมาจากภายในของพวกคุณเองทั้งสิ้น ความเชื่อของพวกคุณ, ทัศนคติของพวกคุณ และความเข้าใจของพวกคุณ ที่มีต่อตัวเอง และที่มีต่อพระผู้สร้าง สามารถที่จะถูกฉายออกมาสู่โลกแห่งความเป็นจริงของพวกคุณได้

 

การที่จะเยียวยารักษาสถานการณ์ใด ๆ ก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กหรือว่าเรื่องใหญ่ อันดับแรกจะต้องมองกลับเข้าไปข้างในตัวตนของพวกคุณเองก่อน เพื่อค้นหาคำตอบ

 

การโทษตัวเอง หรือโทษคนอื่น จะไม่สามารถนำพาความกระจ่างแจ้งมาสู่สถานการณ์ใดๆได้เลย มีแต่จะทำให้เกิดความเจ็บปวดมากขึ้นไปอีกเท่านั้น

 

จงนั่งอยู่ภายในพลังงานของตัวพวกคุณเอง (นั่งสมาธิ – ผู้แปล) แล้วตระหนักรู้ถึงแหล่งที่มา และวัตถุประสงค์ของสิ่งที่ตัวเองสร้างสรรค์ออกมา

 

พลังงานทุก ๆ ชนิดสามารถทำให้เปลี่ยนแปลงได้ และดังนั้น พวกคุณจึงสามารถที่จะเปลี่ยนแปลงพวกมันได้ ไม่มีอะไรเลยในโลกใบนี้ที่เป็นสิ่งถาวร โดยเฉพาะในระดับทางกายภาพนี้แล้วด้วย เพราะว่าโลกแห่งความเป็นจริงของพวกคุณ จะเปลี่ยนแปลงไปตามจังหวะการไหลตามธรรมชาติ ของพลังงานอันศักดิ์สิทธิ์จากพระผู้สร้าง ซึ่งนั่นก็หมายความว่า ถ้าพวกคุณกำลังประสบกับสถานการณ์หรือความรู้สึกใด ๆ ที่ไม่เป็นไปโดยสอดคล้องกับสัจธรรมของพระผู้สร้างอยู่หละก็ ก็จงรู้ไว้เลยว่าพวกคุณสามารถที่จะเปลี่ยนแปลงพวกมันได้ในทันที ถ้าพวกคุณต้องการ

 

พวกคุณสามารถที่จะเปลี่ยนแปลงพลังงานอะไรก็ได้ และก็สามารถที่จะเปลี่ยนแปลงรูปแบบการตอบสนองต่อพวกมันได้ในทันทีทันใดเลยด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ด้วยกระแสความคิดที่เป็นบวกและสร้างสรรค์

 

ให้จินตนาการถึงสิ่งที่พวกคุณปราถนาที่จะมีประสบการณ์ด้วย หรือจินตนาการถึงความรู้สึกที่พวกคุณอยากจะมี แทนที่จะไปจดจ่ออยู่แต่กับความคิดที่อยากจะให้พลังงานอันใดอันหนึ่ง กลายเป็นของถาวรและไม่เปลี่ยนแปลงเคลื่อนไหว

 

อารมณ์ความรู้สึกของพวกคุณ, ความคิดของพวกคุณ และร่างกายเนื้อของพวกคุณ สามารถที่จะแสดงออกมา ซึ่งระดับความสั่นสะเทือนสูงสุดและบริสุทธิ์ที่สุด ของพระผู้สร้างได้ ดังนั้น จงยินยอมให้ตัวเองมีสติรับรู้ถึงความตระหนักรู้อันนี้

 

จงจำไว้ว่า พวกคุณแต่ละคน คือดวงประทีปแห่งความรักและแสงสว่าง ที่ทรงพลังอำนาจและเข้มแข็งคนหนึ่ง นี่คือสัจธรรมของพวกคุณ ที่จริงแท้ซะยิ่งกว่าความตระหนักใดๆ หรือความคิดใดๆหรืออารมณ์ความรู้สึกใด ๆ หรือประสบการณ์ใด ๆ ที่อาจจะเข้ามาสู่โลกแห่งความเป็นจริงของพวกคุณซะอีก

 

จงโปรแกรมจิตใจของตัวเอง ให้คุ้นเคยกับการรีบหาวิธีแก้ไขประสบการณ์และความรู้สึกทุก ๆ ชนิด ที่อาจจะเกิดขึ้นกับพวกคุณ ที่พวกคุณรู้ว่ามันไม่สอดคล้องกับพระผู้สร้าง ในทันที โดยการกระตุ้นความคิดและจิตใจของตัวเองให้ดิ่งลึกเข้าไปในความสั่นสะเทือนของจิตวิญญาณของพวกคุณเอง เพื่อค้นหาทางออกของปัญหา และเพื่อค้นหาแรงบันดาลใจในการสร้างวิธีแก้ไขปัญหานั้น ๆ

 

ชาวโลกจำนวนมากมาย ที่จดจ่ออยู่กับวิวัฒนาการทางจิตวิญญาณของตัวเอง มักจะมีความไวต่อพลังงานที่อยู่รอบๆตัวพวกเขาเองอยู่แล้ว ดังนั้น สถานการณ์ต่าง ๆ หรือ ประสบการณ์ต่างๆของพวกเขา จึงมักจะสามารถทำให้คลี่คลายไปในทางบวกได้ ด้วยการ “จัดการด้านพลังงาน” ไม่ว่าจะเป็นการส่งพลังงานออกไป หรือการรับพลังงานเข้ามา หรือการทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนทางพลังงานกันขึ้น หรือการทำให้เกิดการสถาปนาด้านพลังงานขึ้น เช่น การสร้างฟองแห่งแสงสว่าง (bubbles of light) เพื่อรักษา, ค้ำจุน หรือ ปกป้องพลังงานเอาไว้ เป็นต้น ก็ตาม

 

กระบวนการเปลี่ยนแปลงสภาพ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ภายในตัวของพวกคุณ อยู่ในขณะนี้ จำเป็นจะต้องได้รับ “ความอดทน” จากพวกคุณด้วย และ ก็จำเป็นจะต้องได้รับ “ความเห็นอกเห็นใจตัวเอง” จากพวกคุณ และ ความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น ที่อยู่รอบ ๆ ตัวพวกคุณ จากพวกคุณด้วยเสมอ

 

พวกคุณสามารถที่จะนำพาตัวเองออกมาจากสถานการณ์ต่าง ๆ และ ความรู้สึกต่าง ๆ ได้เสมอ โดยการ “จินตนาการว่าตัวเองกำลังอยู่ในบรรยากาศแห่งความรัก” ที่ล้อมรอบไปด้วยความรัก และก็กำลังมีความรัก ถูกสร้างขึ้นมาจากภายในตัวตนของพวกคุณเองอยู่อีกด้วย

 

ซึ่งด้วยวิธีการนี้ก็จะทำให้ระดับพลังงานของพวกคุณเพิ่มสูงขึ้น จนหลุดออกมาจากสถานการณ์ หรือ ความรู้สึกนั้น ๆ ได้ แล้วพวกคุณก็จะสามารถกลับเข้าไปสู่โลกแห่งความเป็นจริงของตัวเองได้ในทันที และสามารถที่จะยินยอมให้ความทรงจำเกี่ยวกับตัวตนที่แท้จริงของตัวเอง มาผสานรวมเข้ากับโลกแห่งความเป็นจริงของพวกคุณได้ ซึ่งก็จะส่งผลให้ระดับความสั่นสะเทือนของพวกคุณเพิ่มสูงขึ้น และทำให้ได้ผลลัพธ์ที่สามารถเป็นไปได้ตามมา

 

แต่การมีความเข้าใจ ในเรื่องของการเปลี่ยนแปลงสภาพ และในเรื่องเกี่ยวกับสถานการณ์ต่าง ๆ ที่พวกคุณกำลังเคลื่อนที่ผ่านพวกมันไปอยู่นี้ ก็ใช่ว่าจะมีความจำเป็นเสมอไป เพราะว่าถ้าพวกคุณมัวแต่หมกมุ่นอยู่กับการค้นหา และการทำความเข้าใจพวกมันแล้วหละก็ พวกคุณก็อาจจะทำให้ตัวเองพลาดจากการได้รับความเข้าใจอย่างถ่องแท้ อันหาค่ามิได้ และพลาดจากการค้นพบวิถีทาง ที่จะย้อนกลับเข้าไปอยู่ในส่วนลึกของบรรยากาศแห่งความรักได้

 

“ฉันคือความรัก ฉันคือความสงบสุข ฉันคือความปิติสุข ฉันคือสัจธรรม ฉันคือความสมบูรณ์แบบ ที่ได้รับการเยียวยารักษาแล้วของพระผู้สร้าง ฉันเชื่อมั่นในสัจธรรมของถ้อยคำเหล่านี้ และฉันก็ยินยอมให้ความทรงจำอันศักดิ์สิทธิ์ ปรากฎออกมาจากภายในตัวตนของฉันเอง อย่างง่ายดาย”

 

อารมณ์ความรู้สึกทั้งหลาย สามารถที่จะพัวพันกันเองได้ ภายในส่วนลึกของตัวตนของพวกคุณเอง และภายในระบบพลังงานของพวกคุณเอง ดังนั้น สิ่งที่พวกคุณจะสามารถทำได้ก็คือ การเฝ้าสังเกตการณ์ดูตัวเองด้วยความรัก และด้วยความทรงจำเกี่ยวกับสัจธรรมของพวกคุณเอง เพื่อนำพาไปสู่การเยียวยารักษาอารมณ์ความรู้สึกเหล่านั้น และเพื่อปลดปล่อยพวกมันให้เป็นอิสระด้วย

 

ประสบการณ์ต่างๆที่ผ่านมาในอดีตของพวกคุณ ได้ทำให้พวกคุณใช้อารมณ์ความรู้สึกไปในทางที่ไม่ถูกต้องเหมาะสม แต่บัดนี้ กายแห่งอารมณ์ของพวกคุณ กำลังอยู่ในระหว่างกระบวนการเปลี่ยนรูปแบบครั้งยิ่งใหญ่อยู่ ดังนั้น มันจึงจะทำให้พวกคุณสามารถใช้อารมณ์ความรู้สึกของตัวเอง เพื่อเป็นเชื้อเพลิงในกระบวนการวิวัฒนาการทางจิตวิญญาณของตัวเองได้ และจะทำให้พวกคุณสามารถเชื่อมต่อกับพระผู้สร้าง และมีประสบการณ์กับพระผู้สร้างได้ ในทุกๆชั่วขณะแห่ง “ปัจจุบันขณะนี้”

 

จงหาเวลาเพื่อตระหนักรู้ถึงอารมณ์ความรู้สึกทั้งหลายของตัวเอง และเพื่อส่งความรักให้แก่อารมณ์ความรู้สึกของตัวเอง รวมถึงเพื่อเยียวยารักษา และเพื่อพยุงอารมณ์ความรู้สึกของตัวเอง ในระหว่างที่กายแห่งอารมณ์ของพวกคุณ กำลังเคลื่อนที่ผ่านช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนรูปแบบอยู่เช่นนี้

 

และขอได้โปรดรู้เอาไว้ว่า ฉัน..พระแม่มารี..กำลังอยู่กับพวกคุณ และรักพวกคุณชั่วนิจนิรันดร์ ภายในสัจธรรม และด้วยความทรงจำอันศักดิ์สิทธิ์ของพระผู้สร้าง

 

ด้วยรัก..พระแม่มารี (Mother Mary)

 

ที่มา : http://omna.org/11-12-13-MotherMary.html

Facebook Comments