บทความจากหนังสือชุดโนวาอนาลัย

“ขยายความธรรมชาติของชาติภพ”

 

บทที่ 7 หน้า 93

…วิวัฒนาการไม่ได้ก้าวหน้าไปเป็นเส้นตรงอย่างที่เธอเข้าใจ เพราะเวลาเป็นสิ่งที่มีอยู่และเกิดขึ้นพร้อมกันหมด วงจรของวิวัฒนาการจึงไม่มีจุดเริ่มต้นและไม่มีจุดจบ…

 

บทที่ 7 หน้า 95 

…ตามธรรมชาติแห่งความเป็นจริง สิ่งที่เกิดขึ้นในอดีต-ปัจจุบันและอนาคต เกิดขึ้นพร้อมกันหมด ในขณะที่เธอคิดถึงปัจจุบันอยู่นี้ อดีตและอนาคตก็กำลังดำเนินไปพร้อมกันหมด แต่ระบบประสาทของเธอ ไม่สามารถที่จะรับรู้สิ่งที่เกิดขึ้นนอกเหนือจากปัจจุบันได้ อดีตปรากฏขึ้นอย่างเชื่องช้า และอนาคตปรากฏขึ้นอย่างรวดเร็ว เกินกว่าที่ระบบประสาทของเธอจะรับได้

ระบบประสาทของเธอมีคุณสมบัตินอกเหนือไปจากที่นักฟิสิกส์และนักชีววิทยาเข้าใจ แม้ว่าความเชื่องช้าของอดีตและความรวดเร็วของอนาคตจะผ่านระบบประสาทของเธอไป โดยที่เธอไม่สามารถที่จะรับรู้ได้เลยในระดับสติสัมปชัญญะ แต่ถึงกระนั้นโครงสร้างของระบบประสาทก็ทำการบันทึกอดีตและอนาคตที่ผ่านไปไว้ทั้งหมด การบันทึกดังกล่าวเกิดขึ้นในระดับเซลล์ แม้สมองของเธอจะไม่รับรู้ แต่เซลล์ทุกเซลล์ในร่างกายของเธอจำอดีตและรู้อนาคต โดยที่สมองของเธอไม่ได้ระแวดระวังในความจำและความรู้เหล่านี้ในระดับสติสัมปชัญญะ

เมื่อเธออธิบายการบันทึกความจำในระดับเซลล์เหล่านี้ว่าเป็นกรรม หรือเป็นภาวะแห่งเหตุจากอดีตชาติ มาปรากฏผลในปัจจุบันชาติ ทำให้เธอมีประสบการณ์ชีวิต-สภาพร่างกายและสุขภาพ ในทิศทางที่เป็นผลสืบเนื่องมาจากการกระทำในอดีต เธอคำนึงถึงความเป็นไปได้ในทิศทางที่จำกัดเกินไป เพราะความจำในระดับเซลล์เหล่านี้ เป็นความจำทั้งจากอดีตและอนาคต

แม้ปัจจุบันจะปรากฏความเป็นจริงที่สะท้อนจากความจำทั้งในอดีตและอนาคต แต่ปัจจุบันก็เป็นจุดพลังอำนาจ ที่เธอสามารถสร้างความเป็นไปได้เส้นทางใหม่ เพื่อ ลบล้าง หรือ แก้ไขได้ ทั้ง “อดีต” และ “อนาคต”

กระบวนการในระดับลึกของจิต ก็มีความจำและความรู้เหล่านี้เช่นกัน เธอจะรื้อฟื้นความจำหรือเข้าถึงแหล่งของความรู้นี้ได้ ก็ต่อเมื่อเธอละจากสภาวะที่ร่างกายตอบสนองต่อระบบประสาทและจังหวะของมัน ซึ่งจำกัดอยู่เพียงการรับรู้ข้อมูลในปัจจุบันเท่านั้น…ภาวะของการปรับเปลี่ยนนี้ มักเกิดขึ้นอย่างฉับพลันตามธรรมชาติ โดยที่เธอไม่รู้ตัว แต่ก็เป็นสิ่งที่ฝึกฝนและทำให้เกิดขึ้นได้ดังเจตนา

เมื่อใดที่สติสัมปชัญญะปรับเปลี่ยนไปสู่ภาวะที่ทำให้เธอระลึกถึงอดีตและรู้อนาคตได้ เธอจะมองเห็นธรรมชาติของตัวตนของเธอได้กว้างขึ้นจากภาวะตามปกติ เธอจะเห็นได้ไม่มากก็น้อยว่า ตัวตนของเธอตัวตนใด กำลังดำเนินวิถีชีวิตอยู่บนเส้นทางแห่งความเป็นไปได้เส้นทางใด อนาคตของเธอบนเส้นทางแห่งความเป็นไปได้อันหลากหลาย เกิดขึ้นพร้อมกันกับปัจจุบันที่เธอจดจ่ออยู่นี้ และมันก็ผ่านระบบประสาทของเธอไปอย่างรวดเร็ว จนเธอไม่สามารถจะรับรู้ได้ เธอจึงรู้และเห็นปัจจุบันของเธอเพียงเส้นทางเดียว

อนาคตบนเส้นทางแห่งความเป็นไปได้อันหลากหลายเหล่านี้ ดำเนินไปพร้อมกันกับปัจจุบัน และมันก็มีอดีตบนเส้นทางแห่งความเป็นไปได้นั้น ๆ ซึ่งแตกต่างไปจากอดีตบนเส้นทางแห่งความเป็นไปได้ที่เธอจดจ่ออยู่ในขณะนี้ เธอจะรับรู้อดีตหรืออนาคตจากต่างเส้นทางเหล่านี้ได้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับว่า ความรู้สึกนึกคิด-เจตนา และสติสัมปชัญญะของเธอ ดึงดูดประสบการณ์บนเส้นทางเหล่านี้ มาสู่เส้นทางปัจจุบันได้มากน้อยเพียงใด

อนาคตเกิดจากการเลือกเส้นทางแห่งความเป็นไปได้ของเธอ ซึ่งดึงดูดประสบการณ์จากต่างเส้นทาง ให้มาปรากฏและรับรู้ได้ในปัจจุบัน

อดีตของเธอบนแต่ละเส้นทางแห่งความเป็นไปได้ มีปัจจุบัน และอนาคตของมันแตกต่างกันไป อดีตจำเพาะในเส้นทางหนึ่ง ๆ จะส่งผลให้เกิดประสบการณ์อนาคตในเส้นทางจำเพาะนั้น ดังนั้น เส้นทางแห่งความเป็นไปได้อันหลากหลาย จึงประกอบไปด้วยอดีตและอนาคต ซึ่งดำเนินไปพร้อมกันหมดบนหลายเส้นทาง อย่างเป็นอนันต์

เส้นทางชีวิตของเธอ ดำเนินไปพร้อมกันหมด ในหลายชาติภพและหลายมิติ เธอจะสัมผัสหรือรื้อฟื้นความจำในระดับเซลล์ได้ ก็ต่อเมื่อเธอติดตามเส้นทางแห่งความเป็นไปได้ เส้นใดเส้นหนึ่ง และย้อนกลับไปหาอดีตจำเพาะของเส้นทางนั้น ๆ

ปัจจัยในอดีตของเธอเป็นสิ่งที่พยากรณ์ไม่ได้ เช่นเดียวกันกับปัจจัยในอนาคต ความคิดสร้างสรรค์ในอดีตของเธอรอคอยการค้นพบ เช่นเดียวกันกับความคิดสร้างสรรค์ในอนาคต…

 

บทที่ 7 หน้า 100

…การตอบสนองล่วงหน้าต่อปรากฎการณ์ในอนาคต จะทำให้ปรากฎการณ์นั้น ๆ แปลสภาพไป บางครั้งปรากฎการณ์ในอนาคตนั้น ก็ไม่เกิดขึ้นจริง เพราะเธอเปลี่ยนทางเลือกในอดีต จากเส้นทางแห่งความเป็นไปได้เส้นทางหนึ่ง ไปสู่อีกเส้นทางหนึ่งเสียก่อน ปรากฎการณ์เช่นนี้ เป็นอีกเหตุผลหนึ่ง ซึ่งหมอดูไม่สามารถจะทำนายอนาคตของเธอได้แม่นยำเสมอไป

ทุกขณะจิตในปัจจุบัน เธอมีอำนาจจิตที่จะตัดสินตามความเชื่อของเธอ และเปลี่ยนแปลงประสบการณ์ในอนาคตได้เสมอ ดังนั้น ความเชื่อจึงเป็นปัจจัยหลัก ในการสร้างประสบการณ์ในปัจจุบัน…

…สิ่งที่ฉันกล่าวถึงนี้ เป็นภาพรวมของปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นตลอดวันเวลา ในสภาวะที่เธอไม่สามารถจะรับรู้ได้

ความเชื่อที่เกิดขึ้นใหม่ในปัจจุบัน สามารถที่จะเปลี่ยนแปลงอดีตได้ในระดับของระบบประสาท เธอจะต้องเข้าใจว่า ตามธรรมชาติแห่งความเป็นจริงนั้น อดีต-ปัจจุบัน-อนาคต เกิดขึ้น และมีอยู่พร้อมกันหมด ดังนั้น ความเชื่อในปัจจุบัน จึงเปลี่ยนแปลงอดีตได้

 

บทที่ 7 หน้า 104

…ปัจจุบันคืออำนาจของเธอ ปัจจุบันคือจุดพลิกผันอดีตและอนาคต เธอสร้างอดีตและอนาคตได้จากเจตนารมณ์ในปัจจุบัน

 

บทที่ 8 หน้า 115

…ระบบการเกิด-การตาย และชาติภพ เป็นระบบของแผนงานรวม ซึ่งดำเนินไปพร้อมกันทั้งหมด การดำเนินวิถีชีวิตในชาติภพหนึ่ง ๆ ส่งผลกระทบต่อทุกชาติภพในทันทีทันใด แต่ประสาทสัมผัสทั้งห้าและสภาวะทางกายภาพของเธอ ไม่สามารถรับรู้ความเป็นไปทั้งหมดนี้ได้ในพริบตา เธอจึงรับรู้ข้อมูลได้จำกัดตามเส้นทางแห่งกาลเวลาเท่านั้น แต่ถึงกระนั้น ความเป็นไปทั้งหลายในอดีตและอนาคต ก็เกิดขึ้นพร้อมกันหมดในปัจจุบัน ตัวตนของเธอในปัจจุบันนี้ ไม่ใช่ผลรวมของความรู้-ข้อมูล และความทรงจำของบรรพบุรุษ หรืออดีตชาติภพทั้งหมด

 

บทที่ 8 หน้า 117

…ชีวิตตัวตนในแต่ละชาติภพ เป็นสื่อที่ทำหน้าที่แสวงหาประสบการณ์การเรียนรู้ในโลกมนุษย์ให้กับจิตวิญญาณ พัฒนาการและการเจริญเติบโตของใบไม้แต่ละใบ มีความสำคัญกับต้นไม้ ชีวิตตัวตนในแต่ละชาติภพก็มีความสำคัญต่อพัฒนาการของจิตวิญญาณเช่นกัน ชีวิตของต้นไม้และชีวิตของใบไม้ ไม่อาจแยกจากกันได้ ตัวตนในแต่ละชาติภพมีอิสรภาพสูงกว่าใบไม้ แต่ละตัวตนเปรียบเสมือนใบไม้แต่ละใบที่สามารถงอกรากขึ้นเป็นต้นใหม่ได้ในต่างท้องที่ ต่างเวลา และต่างมิติตามที่มันเลือก

ใบไม้นี้ร่วงหล่นจากต้นไม้แห่งกาลเวลา งอกรากขึ้นในมิติใหม่ และกลายเป็นพืชต้นใหม่ต่อไป เมื่อตัวตนในแต่ละชาติภพได้ทำหน้าที่ จนกระทั่งบรรลุวัตถุประสงค์ที่ต้องการแล้ว จิตวิญญาณก็จะละร่างและกาลเวลาในมิตินั้น ไปจดจ่อกับตัวตนใหม่ในต่างเวลา-ต่างชาติภพ ตัวตนรวมทั้งหมดของเธอจึงเปรียบเสมือนต้นไม้ทั้งต้น ที่ประกอบด้วยใบหรือตัวตนในแต่ละชาติภพทั้งหมดรวมกัน ตัวตนรวมทั้งหมดจึงเป็นตัวตนที่แท้จริงของเธอ

…กฎเกณฑ์แห่งช่องว่าง-ระยะทางและกาลเวลา ทำให้เธอเข้าใจธรรมชาติความเป็นจริงของชาติภพได้ยาก ฉันจึงต้องย้ำบ่อยครั้ง และจะขอย้ำอีกว่า ชาติภพ ไม่มีอดีตและอนาคต มีแต่ปัจจุบัน ซึ่งเกิดขึ้นพร้อมกันหมด การถ่ายทอดจากแหล่งข้อมูลทั้งสามสายซึ่งเป็นที่มาแห่งตัวตนของเธอ จึงเกิดขึ้นพร้อมกันหมดเป็นระบบเครือข่าย ไม่มีจุดเริ่มต้นและไม่มีจุดจบ ไม่มีก่อน-หลัง ไม่มีเก่า-ใหม่ ความรู้-ข้อมูล และความทรงจำทั้งหลาย ปรากฏอยู่-มีอยู่ พร้อมกันหมด ทั้งอดีต-ปัจจุบัน-อนาคต มีการถ่ายทอดและเปลี่ยนแปลงระหว่างชาติภพ ตลอดวันเวลา

 

Nova Analai

 

Facebook Comments