ข้อความสื่อสารจากครายออน (Kryon)

เรื่อง : พลังงานของอนาคต (THE ENERGY OF THE FUTURE)

ผู้รับสาส์น : นาย Lee Carroll
วันที่ : 7 ธันวาคม 2014

ตอนที่ 1 :

สวัสดีที่รักทั้งหลาย ฉันคือครายออนแห่งหน่วยบริการแม่เหล็ก การสื่อสารชุดนี้จะเป็นการสื่อสารที่เต็มไปด้วยข้อมูลข่าวสาร อย่างที่มันมักจะเป็นอยู่บ่อย ๆ แต่ว่ามันก็จะมีอะไรอย่างอื่นอยู่ในนั้นด้วย ตอนนี้พวกเราก็เข้ามาใกล้วันสิ้นสุดแห่งปี 2014 ตามปฏิทินของพวกคุณแล้ว ดังนั้น มันจึงเป็นเรื่องปกติที่ช่วงเวลาเช่นนี้จะเป็นช่วงเวลาแห่งการทบทวนเรื่องราวต่าง ๆ ที่ผ่านมา และด้วยเหตุนี้ ในห้อง ๆ นี้ พลังงานที่พวกเราและเหล่าผู้ติดตามทั้งหลายที่กำลังล้อมรอบพวกคุณอยู่ในขณะนี้อยากจะสร้างขึ้นมาก็คือการแสดงความยินดีนั่นเอง

ฉันอยากจะให้พวกคุณนั่งลงแล้วเอิบอาบอยู่ในเกียรติอันนี้ ซึ่งในช่วงเวลาต่อจากนี้ไป ฉันอยากจะให้พวกคุณพยายามปลดปล่อยตัวเองให้หลุดพ้นจากเรื่องราวและปัญหาต่าง ๆ ที่พวกคุณนำมาด้วยซะก่อน ดังนั้นในขณะที่พวกคุณกำลังนั่งอยู่ตรงนี้ ถ้าพวกคุณรู้สึกเจ็บปวดตรงส่วนไหนของร่างกายอยู่ ก็ขอให้ปลดปล่อยมันไปซะ แต่ถ้าพวกคุณรู้สึกเจ็บปวดที่หัวใจ ก็จงปลดปล่อยมันไปซะเช่นเดียวกัน และถึงแม้ว่าถ้ามองในแง่ของร่างกายมนุษย์แล้ว พวกเราเข้าใจดีว่าพวกคุณก็คือพวกคุณ และพวกคุณก็จะต้องเป็นไปอย่างที่พวกคุณกำลังเป็นไปอยู่นี่แหละ แต่ว่าพวกคุณก็ยังมีพลังอำนาจที่จะสามารถปลดปล่อยตัวเองให้หลุดออกมาจากมันชั่วครั้งชั่วคราวได้อยู่ อย่างน้อยก็ในช่วงเวลาสั้น ๆ ต่อจากนี้ไป

และไม่ว่าข้อความที่จะตามมานี้จะคืออะไรก็ตาม หรือจะบอกว่าอย่างไรก็ตาม มันก็จะมีพลังงานอีกชนิดหนึ่งที่จะปกคลุมไปทั่วห้อง ๆ นี้อยู่เสมอ เพราะว่ามันกำลังนั่งอยู่กับพวกคุณ และบางส่วนก็กำลังล่องลอยอยู่เหนือพวกคุณ มันกำลังมองดูพวกคุณอยู่ มันจดจำพวกคุณได้ มันรู้สึกขอบคุณพวกคุณ และมันก็รู้จักพวกคุณด้วย (พูดถึงเหล่าทวยเทพ, เทพผู้นำทาง และรูปธรรมชีวิตจากต่างมิติทั้งหลายที่มาพร้อมกับมนุษย์ และที่มาร่วมในการสื่อสารครั้งนี้ด้วย – ผู้แปล) และถึงแม้ว่าพวกเราจะเพิ่งเริ่มต้นสื่อสารข้อมูลชุดนี้ก็ตาม แต่พวกเราก็อยากจะขอร้องให้พวกคุณจงรู้สึกและเข้าใจและเพลิดเพลินไปกับข้อความทั้งหลายที่พวกเรากำลังจะสื่อสารออกไปในช่วงเวลาต่อจากนี้ให้ได้อย่างเต็มที่

ตอนที่ 2 :

หลักฐานที่สนับสนุนว่ากำลังมีวิวัฒนาการระดับเซลล์เกิดขึ้นอยู่จริง ๆ ถ้าพวกคุณกำลังฟังหรืออ่านข้อความนี้อยู่ แต่ว่าไม่ได้อยู่ในการประชุมครั้งนี้ด้วยหละก็ งั้น..พวกเราก็คงจำเป็นจะต้องทบทวนข้อมูลอะไรบางอย่างซะแล้วหละ ซึ่งก็คือเรื่องของ “หลักฐาน” อะไรบางอย่าง

มีนักวิทยาศาสตร์และนักวิจัยหลายคนที่เชื่อว่าสมองของมนุษย์มีทุกสิ่งทุกอย่าง ที่มันจะสามารถมีได้อยู่อย่างครบถ้วนสมบูรณ์แล้ว หรือจะพูดอีกอย่างหนึ่งก็คือ มันมีความเป็นอัจฉริยะ, มีความฉลาดปราดเปรื่อง, มีความสามารถในการเนรมิตพลังงานออกมาเป็นวัตถุธาตุทางกายภาพ และมีความเป็นผู้รู้ผู้ตื่นอยู่ภายในเซลล์ทุก ๆ เซลล์ของร่างกายมนุษย์อยู่แล้ว แต่ความสามารถหรือคุณสมบัติเหล่านั้น ได้ถูกล็อกเอาไว้ และก็เป็นอะไรที่ขึ้นอยู่กับสารเคมี และพลังงาน ซึ่งเป็นของหลากมิติที่อยู่ในสมองของมนุษย์แต่ละคนอีกด้วย

เพราะว่ามันมีพลังงานอะไรบางอย่างที่ไปทำให้มันถูกล็อกเอาไว้อยู่อย่างนั้น ซึ่งหลายคนก็เชื่อว่า บางทีเมื่อถึงเวลาอันสมควรแล้ว ก็อาจจะมีพลังงานอะไรบางอย่างเข้ามาและมาทำให้มันถูกปลดล็อกออกมาก็ได้ นี่คือทฤษฎี ๆ หนึ่ง ที่เชื่อว่า “มนุษย์มีความสมบูรณ์แบบและมีพัฒนาการอยู่ภายในตัวเองอยู่แล้ว และก็พร้อมอยู่แล้วสำหรับทุกสิ่งทุกอย่าง”

แต่ว่า..มันก็ยังมีอีกทฤษฎีหนึ่งที่ตรงข้ามกัน ที่บอกพวกคุณว่า “สมองของมนุษย์ยังไม่สมบูรณ์แบบ และมันก็จะต้องวิวัฒน์ต่อไปเรื่อย ๆ ไม่มีที่สิ้นสุด” ทฤษฎีนี้บอกว่า “พวกคุณไม่สามารถที่จะฉลาดเกินกว่าที่ความสามารถเต็มพิกัดของร่างกายเนื้อของพวกคุณจะสามารถฉลาดได้ และไม่มีอะไรอื่นใดเลยอยู่ภายในร่างกายเนื้อของพวกคุณนอกจากสิ่งที่พวกคุณมองเห็นอยู่นี้เท่านั้นเอง และเซลล์ในร่างกายของพวกคุณก็จะต้องวิวัฒน์ต่อไปเรื่อย ๆ จนทำให้พวกคุณสามารถกลายไปเป็นมนุษย์ที่มีวิวัฒนาการสูงขึ้นกว่าเดิมได้ในที่สุดแล้ว”

ซึ่งระหว่างสองทฤษฎีนี้ ฉันจะบอกพวกคุณว่าทฤษฎีแรกคือทฤษฎีที่ถูกต้อง และวิวัฒนาการของมนุษย์ต่อจากนี้ไปก็จะเป็นวิวัฒนาการที่ขึ้นอยู่กับพลังงานแล้วหละ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับสารเคมีอีกต่อไป ซึ่งมันก็จะไปปลดล็อกภูมิปัญญาที่ซ่อนเร้นอยู่ของพวกคุณออกมา และก็จะไปปลดล็อกประสิทธิภาพการทำงานของเซลล์ในร่างกายเนื้อของพวกคุณออกมาด้วยเพราะว่ามันเป็นอะไรที่มีอยู่แล้วตลอดเวลา

แต่ว่าบางทีข้อพิสูจน์ของสมมุติฐานนี้ มันก็จะมาในรูปแบบที่แปลกๆนะที่รักทั้งหลาย ซึ่งพวกคุณก็เคยเห็นมันมาแล้ว แต่แค่ไม่รู้ว่ามันเกิดขึ้นได้อย่างไรเท่านั้นเอง ตัวอย่างเช่น อาการบาดเจ็บทางสมองบางครั้งก็จะไปกระตุ้นให้ความทรงจำใน “บันทึกแห่งฟ้า” หรือ Akashic record ของคน ๆ นั้นเกิดการทำงานขึ้นมาได้ ดังนั้น จึงทำให้ความเป็นศิลปินของเขาโผล่ขึ้นมาแบบปุบปับทั้ง ๆ ที่เขาไม่เคยเป็นศิลปินมาก่อนเลย เป็นต้น

และบางทีการถูกตีหรือกระแทกที่ศรีษะ เช่นที่บริเวณคิ้วเป็นต้น ก็จะไปทำให้อะไรบางอย่างโผล่ขึ้นมา เช่น ความเป็นอัจฉริยะเป็นต้น ทั้ง ๆ ที่คน ๆ นั้นไม่เคยเป็นอัจฉริยะมาก่อนเลย เหล่านี้แหละคือตัวอย่างของหลักฐานเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่บางทีอาจจะบอกพวกคุณได้ว่าทฤษฎีแรกนั้นถูกต้องจริง ๆ เพราะทฤษฎีแรกนั้นบอกพวกคุณว่า “ภายในตัวของพวกคุณนั้นมีทุกสิ่งทุกอย่างอยู่แล้ว แค่รอคอยวันที่จะได้ปรากฎออกมาเท่านั้นเอง” ลองมาดูกันที่เรื่องของการหายป่วยเองตามธรรมชาติดูสิ เพราะว่ามันยังคงเป็นปริศนาสำหรับพวกคุณอยู่ จนบางคนก็เข้าใจไปว่ามันเป็นเรื่องของปาฏิหาริย์ด้วยซ้ำไป

เพราะว่ามันจะเป็นไปได้อย่างไร ที่ร่างกายเนื้อของพวกคุณจะสามารถเยียวยารักษาตัวมันเองให้หายขาดจากโรคภัยไข้เจ็บ ที่ร้ายแรงและทำให้มันเสียสมดุลอย่างรุนแรง ภายในระยะเวลาสั้น ๆ ได้? แต่ว่าเรื่องนี้มันก็เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าให้พวกคุณได้เห็น ดังนั้น ตอนนี้พวกคุณจึงกำลังอยู่ในประเด็นที่พวกเราได้เคยสอนพวกคุณไปแล้ว ซึ่งก็คือเรื่องความสมเหตุสมผลทางจิตวิญญาณนั่นเอง

ลองมาดูกันที่เรื่องที่ฉันเคยบอกพวกคุณไปแล้วสิ ว่า.. พลังงานเก่า ซึ่งกำลังอยู่บนดาวเคราะห์โลกดวงนี้และในขณะนี้นั้น ได้ล็อก DNA ของพวกคุณเอาไว้ให้เหลือประสิทธิภาพการทำงานเพียงแค่ 33 – 34% เท่านั้นเอง ในขณะที่เหล่าคุรุผู้รู้แจ้งและมีอายุขัยยืนยาวที่เคยเดินอยู่บนดาวเคราะห์โลกดวงนี้ทั้งหลายกลับมีประสิทธิภาพการทำงานของ DNA ของพวกเขาถึง 80 – 90% ดังนั้น ทุกสิ่งทุกอย่างที่พวกเขากระทำลงไปจึงเพื่อที่จะแสดงให้พวกคุณได้เห็นว่าพวกคุณสามารถที่จะทำอะไรได้บ้าง ซึ่งพวกเราก็ได้พร่ำสอนเรื่องนี้กับพวกคุณมาแล้วหลายครั้ง ซ้ำแล้วซ้ำอีก ดังนั้น จงปล่อยให้เรื่องนี้มันเป็นหลักฐานข้อพิสูจน์ของสิ่งที่พวกเราพูดถึงเอาไว้ตั้งแต่ตอนต้นเถอะนะ

ที่มา : Kryon Channelling – Newport, California – December 7, 2014
http://www.kryon.com/CHAN2015/k_channel15_newport-15.html

Facebook Comments