ตอนที่ 3 :

4). จากหนังสือชุดโนวาอนาลัย “ขยายความธรรมชาติของชาติภพ” บทที่ 7 หน้า 93

…วิวัฒนาการไม่ได้ก้าวหน้าไปเป็นเส้นตรงอย่างที่เธอเข้าใจ เพราะเวลาเป็นสิ่งที่มีอยู่และเกิดขึ้นพร้อมกันหมด วงจรของวิวัฒนาการจึงไม่มีจุดเริ่มต้นและไม่มีจุดจบ… หน้า 95

…ตามธรรมชาติแห่งความเป็นจริง สิ่งที่เกิดขึ้นในอดีต-ปัจจุบันและอนาคต เกิดขึ้นพร้อมกันหมด ในขณะที่เธอคิดถึงปัจจุบันอยู่นี้ อดีตและอนาคตก็กำลังดำเนินไปพร้อมกันหมด แต่ระบบประสาทของเธอ ไม่สามารถที่จะรับรู้สิ่งที่เกิดขึ้นนอกเหนือจากปัจจุบันได้

อดีตปรากฏขึ้นอย่างเชื่องช้า และอนาคตปรากฏขึ้นอย่างรวดเร็ว เกินกว่าที่ระบบประสาทของเธอจะรับได้ ระบบประสาทของเธอมีคุณสมบัตินอกเหนือไปจากที่นักฟิสิกส์และนักชีววิทยาเข้าใจ แม้ว่าความเชื่องช้าของอดีตและความรวดเร็วของอนาคตจะผ่านระบบประสาทของเธอไป โดยที่เธอไม่สามารถที่จะรับรู้ได้เลยในระดับสติสัมปชัญญะ

แต่ถึงกระนั้นโครงสร้างของระบบประสาทก็ทำการบันทึกอดีตและอนาคตที่ผ่านไปไว้ทั้งหมด การบันทึกดังกล่าวเกิดขึ้นในระดับเซลล์ แม้สมองของเธอจะไม่รับรู้ แต่เซลล์ทุกเซลล์ในร่างกายของเธอจำอดีตและรู้อนาคต โดยที่สมองของเธอไม่ได้ระแวดระวังในความจำและความรู้เหล่านี้ในระดับสติสัมปชัญญะ

เมื่อเธออธิบายการบันทึกความจำในระดับเซลล์เหล่านี้ว่าเป็นกรรม หรือเป็นภาวะแห่งเหตุจากอดีตชาติ มาปรากฏผลในปัจจุบันชาติ ทำให้เธอมีประสบการณ์ชีวิต-สภาพร่างกายและสุขภาพ ในทิศทางที่เป็นผลสืบเนื่องมาจากการกระทำในอดีต เธอคำนึงถึงความเป็นไปได้ในทิศทางที่จำกัดเกินไป เพราะความจำในระดับเซลเหล่านี้ เป็นความจำทั้งจากอดีตและอนาคต

แม้ปัจจุบันจะปรากฏ ความเป็นจริงที่สะท้อนจากความจำทั้งในอดีตและอนาคต แต่ปัจจุบันก็เป็นจุดพลังอำนาจที่เธอสามารถสร้างความเป็นไปได้เส้นทางใหม่ เพื่อลบล้างหรือแก้ไขได้ทั้งอดีตและอนาคต กระบวนการในระดับลึกของจิตก็มีความจำและความรู้เหล่านี้เช่นกัน

เธอจะรื้อฟื้นความจำหรือเข้าถึงแหล่งของความรู้นี้ได้ ก็ต่อเมื่อเธอละจากสภาวะที่ร่างกายตอบสนองต่อระบบประสาทและจังหวะของมัน ซึ่งจำกัดอยู่เพียงการรับรู้ข้อมูลในปัจจุบันเท่านั้น…ภาวะของการปรับเปลี่ยนนี้ มักเกิดขึ้นอย่างฉับพลันตามธรรมชาติ โดยที่เธอไม่รู้ตัว แต่ก็เป็นสิ่งที่ฝึกฝนและทำให้เกิดขึ้นได้ดังเจตนา

เมื่อใดที่สติสัมปชัญญะปรับเปลี่ยนไปสู่ภาวะที่ทำให้เธอระลึกถึงอดีตและรู้อนาคตได้ เธอจะมองเห็นธรรมชาติของตัวตนของเธอได้กว้างขึ้นจากภาวะตามปกติ เธอจะเห็นได้ไม่มากก็น้อยว่า ตัวตนของเธอตัวตนใด กำลังดำเนินวิถีชีวิตอยู่บนเส้นทางแห่งความเป็นไปได้เส้นทางใด อนาคตของเธอบนเส้นทางแห่งความเป็นไปได้อันหลากหลาย เกิดขึ้นพร้อมกันกับปัจจุบันที่เธอจดจ่ออยู่นี้ และมันก็ผ่านระบบประสาทของเธอไปอย่างรวดเร็ว จนเธอไม่สามารถจะรับรู้ได้

เธอจึงรู้และเห็นปัจจุบันของเธอเพียงเส้นทางเดียว อนาคตบนเส้นทางแห่งความเป็นไปได้อันหลากหลายเหล่านี้ ดำเนินไปพร้อมกันกับปัจจุบัน และมันก็มีอดีตบนเส้นทางแห่งความเป็นไปได้นั้น ๆ ซึ่งแตกต่างไปจากอดีตบนเส้นทางแห่งความเป็นไปได้ที่เธอจดจ่ออยู่ในขณะนี้ เธอจะรับรู้อดีตหรืออนาคตจากต่างเส้นทางเหล่านี้ได้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับว่า ความรู้สึกนึกคิด-เจตนา และสติสัมปชัญญะของเธอ ดึงดูดประสบการณ์บนเส้นทางเหล่านี้ มาสู่เส้นทางปัจจุบันได้มากน้อยเพียงใด

อนาคตเกิดจากการเลือกเส้นทางแห่งความเป็นไปได้ของเธอ ซึ่งดึงดูดประสบการณ์จากต่างเส้นทาง ให้มาปรากฏและรับรู้ได้ในปัจจุบันอดีตของเธอบนแต่ละเส้นทางแห่งความเป็นไปได้ มีปัจจุบันและอนาคตของมันแตกต่างกันไป อดีตจำเพาะในเส้นทางหนึ่ง ๆ จะส่งผลให้เกิดประสบการณ์อนาคตในเส้นทางจำเพาะนั้น

ดังนั้นเส้นทางแห่งความเป็นไปได้อันหลากหลาย จึงประกอบไปด้วยอดีตและอนาคต ซึ่งดำเนินไปพร้อมกันหมดบนหลายเส้นทาง อย่างเป็นอนันต์เส้นทางชีวิตของเธอ ดำเนินไปพร้อมกันหมด ในหลายชาติภพและหลายมิติ เธอจะสัมผัสหรือรื้อฟื้นความจำในระดับเซลล์ได้ ก็ต่อเมื่อเธอติดตามเส้นทางแห่งความเป็นไปได้ เส้นใดเส้นหนึ่ง และย้อนกลับไปหาอดีตจำเพาะของเส้นทางนั้น ๆ ปัจจัยในอดีตของเธอเป็นสิ่งที่พยากรณ์ไม่ได้เช่นเดียวกันกับปัจจัยในอนาคต ความคิดสร้างสรรค์ในอดีตของเธอรอคอยการค้นพบ เช่นเดียวกันกับความคิดสร้างสรรค์ในอนาคต

Facebook Comments